ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาจากบทความที่แล้ว เหล่าผู้ที่ต่อต้านวิดีโอเกมมัดจะหาโอกาสวิจารณ์วิดีโอเกมโดยไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจมัน แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับวิดีโอเกมเท่านั้น เรื่องแนว ๆ นี้ต่างก็เคยเกิดขึ้นกับสื่อรูปแบบใหม่ ๆ ทุกรูปแบบ อย่างนิยาย ภาพยนตร์ หรือการ์ตูน ต่างก็เคยพบเจอปัญหานี้ในช่วงเริ่มต้นอุตสาหกรรมกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก

ชีวิตคนเรามักจะมีอุปสรรคที่เราควรจะก้าวข้ามหรือจำเป็นจะต้องก้าวข้ามอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ผมรับไม่ได้นั่นก็คือ “วิดีโอเกม” นั้นเลือกที่จะละทิ้งชื่อของมันเพื่อจะบอกว่าตัวเองเป็น “การแข่งขันกีฬา” ประเภทหนึ่ง การเรียกตัวเองว่าเป็น “วิดีโอเกม” นั้นเป็นเรื่องที่แย่ขนาดนั้นเลยหรือ? คำว่า “กีฬา” นั้นทำให้ภาพลักษณ์ของเกมสำหรับคนทั่วไปนั้นดูดีขึ้นจริงหรือ? หรือว่าเหล่านักพัฒนาเกมอยากที่จะให้อีสปอร์ตเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิกเพื่อที่จะได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงเงินทองงั้นหรือ?

อย่างไรก็ตาม ผมรับได้กับเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินทองหรือแม้กระทั่งเรื่องของภาพลักษณ์ สิ่งเหล่านี้ต่างก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทั้งนักพัฒนาเกมแหละเหล่าเกมเมอร์มืออาชีพ พวกเขาไม่สามารถประกอบอาชีพโดยมีรายได้เพียงแค่พอประทังชีพเท่านั้น ไม่ว่าอุตสาหกรรมใด ๆ ต่างก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

สิ่งที่ผมรับไม่ได้ที่สุดคือน่าจะเป็นเพราะ “วิดีโอเกม” ที่ผมชอบนั้นกลับยอมประนีประนอมเพื่อที่จะได้ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของ “กีฬา” ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

พูดกันตามตรง ผมไม่เคยเก่งหรือถนัดกีฬาใด ๆ เลย ผมรู้สึกแย่ที่วิชาพละเป็นวิชาภาคบังคับของโรงเรียน เพราะ “กีฬา” มันทำให้ผมรู้สึกลำบากใจเหลือเกิน ว่าจะเป็นบาสเกตบอล เบสบอล ดอดจ์บอล หรือแม้กระทั่งวิ่งแข่งทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผมไม่สามารถเล่นกีฬาเหล่านี้โดยไม่โดนหัวเราะเยาะได้เลย 

“กีฬา” นั้นเรียกได้ว่าเป็นศัตรูที่ผมไม่อาจจะเอาชนะได้มาโดยตลอด แต่ในอีกด้านหนึ่ง “วิดีโอเกม” นั้นกลับเป็นความถนัดของผมมาโดยตลอด

แม้ว่าสมรรถภาพทางร่างกายของผมจะไม่แข็งแรงเท่าไร แต่ทุกอย่างมันจะเป็นเรื่องง่ายทันทีหากเป็นวิดีโอเกม ผมสามารถเป็นนักกีฬาเบสบอล นักมวยปล้ำ หรือนักแข่งรถสูตร 1 หรือยิ่งไปกว่านั้น ผมสามารถเป็นนักสู้ นักผจญภัย นักสืบ หรือแม้กระทั่งนักรบยุคโบราณ สำหรับผมแล้ว วิดีโอเกมนั้นเหมือนเป็นคู่หูที่ดีที่สุดสำหรับผมที่จะใช้ต่อสู้กับ “การแข่งขันกีฬา” ซึ่งเป็นศัตรูของผมมาตลอดทั้งชีวิต

แต่ปัจจุบัน  คู่หูคนนี้กลับพยายามที่จะเปลี่ยนชื่อของตัวเองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ “ศัตรู” ของผม แบบนี้มันเหมือนกับการโดนทรยศเลยใช่มั้ยล่ะ?

แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของเด็กเนิร์ดคนหนึ่งที่ไม่ชอบกีฬาเท่านั้น แต่ผมมั่นใจว่าไม่ได้มีเพียงแค่ผมเท่านั้นที่คิดแบบนี้ มีผู้คนบนโลกอีกมากมายที่คิดเหมือนกับผม และถ้าลองมองข้ามในสิ่งที่ผมเพิ่งได้พูดไปก่อนหน้านี้ อีสปอร์ตก็เป็นหนึ่งในเทรนด์ของยุคปัจจุบัน และยังเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ผู้คนจำนวนมากมาตามความฝัน ความหวัง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทุ่มเทกับมัน

แล้วคุณล่ะ ชอบอีสปอร์ตหรือไม่?