Photo via sportbible

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังต้องการกองกลางอีกอย่างน้อยหนึ่งรายเพื่อเข้ามาเสริมทัพก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในวันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ และเมื่อช่วงค่ำคืนของวันจันทร์ (28 สิงหาคม)ที่ผ่านมา หลายสื่อดังก็เล่นข่าวว่า “ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก” มิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์ก ที่ตอนนี้ตกเป็นเพียงตัวสำรองของสเปอร์ส คือกองกลางคนนั้นที่ทัพปีศาจแดงกำลังตามหา แต่เพราะอะไรกองกลางที่ไม่ค่อยได้โอกาสมากนักกับไก่เดือยทองในช่วงหลังถึงได้กลายเป็นที่ต้องการของทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเขาจะเข้ามายกระดับกองกลางของแมนยูได้หรือไม่

ทำไม เอริค เทน ฮาก ต้องการ ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก มาร่วมทีม

นับตั้งแต่ที่ เอริค เทน ฮาก เข้ามาเป็นกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรามักได้เห็นบรรดาศิษย์เก่าที่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตบเท้าเข้ามาค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด กันหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อันโทนี่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และรายล่าสุดอย่าง อังเดร โอนาน่า นอกจากนี้เอง พวกนักเตะที่เคยผ่านหูผ่านตาของ เทน ฮาก ในเอเรดิวิซี ฮอลแลนด์ อย่าง เมสัน เมาท์, ไทเรล มาลาเซีย หรือแม้แต่ เวาท์ เวกฮอร์สต์ ก็ถูกกุนซือชาวดัตช์จัดมาร่วมทีมเช่นเดียวกัน และด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก ได้กลายเป็นเป้าหมายของแมนยูในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยได้ทำงานร่วมกันมาแล้วในอดีตก่อนที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก จะเข้ามาสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกกับ เซาแธมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งครั้งหนึ่งมิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์กรายนี้เคยโลดแล่นอยู่ในบุนเดสลีกามาเป็นเวลาหลายฤดูกาล โดยเขาเคยลงรับใช้ให้กับหลายสโมสรในประเทศเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นกับ ชาลเก้ 04, เอาก์สบวร์ก และรวมไปถึงมหาอำนาจลูกหนังในประเทศ อย่างบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งกับทีม “เสือใต้” แข้งหนุ่มจากสแกดินิเวียได้ย้ายจากทีมเยาวชนของบรอนด์บี้ ยักษ์ใหญ่ในประเทศบ้านเกิด มาเข้ามาร่วมทีมเยาวชนของ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่ที่เขาอายุได้ 17 ปี เมื่อปี 2012 และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ของ บาเยิร์น มิวนิค ก็มีชายที่ชื่อว่า “เอริค เทน ฮาก” เป็นกุนซือใหญ่ และทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ได้ทำงานร่วมกันทั้งกับทีมเยาวชนและทีมสำรองของเสือใต้ โดยตลอดระยะเวลาที่ฮอยจ์เบิร์กเป็นลูกทีมของเอริค เทน ฮาก สมัยเล่นทีมสำรอง เขาได้ลงเล่นภายใต้การสั่งการของกุนซือชาวดัตช์ไปทั้งหมด 14 นัด และลงตัวจริงทุกนัด คิดเป็น 1,139 นาที ทำได้ 4 ประตู กับ 1 แอสซิตส์ตามสถิติที่เว็บไซต์ Transfermark ได้ระบุไว้ ต่อมาหลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ได้เติบโตในเส้นทางลูกหนังที่ตัวเองตั้งไว้ โดยฮอยจ์เบิร์กที่แม้จะไม่สบความสำเร็จในทีมชุดใหญ่ของเสือใต้แต่เขาก็สามารถสร้างชื่อได้ในพรีเมียร์ลีกกับเซาแธมป์ตันพร้อมกับถูกแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมหลังจากนั้น

ส่วนทางด้าน เอริค เทน ฮาก ก็ได้เริ่มต้นกับการเป็นกุนซือในระดับอาชีพแบบเต็มตัวกับ เอฟซี  อูเทร็คท์ ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างกับการเป็นนายใหญ่ของ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยมีครั้งหนึ่งคือในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 เอริค เทน ฮาก ที่ยังคงรับหน้าที่เป็นกุนซือของอาแจ๊กซ์เคยพยายามเป็นอย่างมากในการคว้าตัวศิษย์รักอย่าง ฮอยจ์เบิร์ก มาร่วมทีมให้ได้ แต่อย่างไรก็ตามดีลดังกล่าวนั้นไม่เกิดขึ้นเนื่องจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เข้ามาตัดหน้า “ผมอยากให้เขามาอยู่ที่นี่จริง ๆ (อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม) และมันก็มีโอกาสเกิดขึ้นมากๆ เรามีการคุยกับฮอยจ์เบิร์กมาหลายครั้งแล้ว” เทน ฮาก เปิดเผยในเดือนมกราคม 2021 “เด็กคนนี้จะทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นได้จริงๆ ซึ่งผมก็คิดว่าเรื่องเงินก็ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เขาสามารถย้ายไปสโมสรอื่นได้ แต่เขาต้องการมาที่อาแจ๊กซ์จนกระทั่งสเปอร์สได้มาพัวพันในดีลนี้” แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็ดูเหมือนว่าทั้ง ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก และเอริค เทน ฮาก กำลังจะได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังมีรายงานว่า “ปีศาจแดง” กำลังแสดงความสนใจในตัวของเขาอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าฮอยจ์เบิร์กอาจจะไม่ใช่เป้าหมายแรกในตำแหน่งนี้แต่ด้วยเวลาที่จำกัดจำเขี่ยและใกล้วันเดดไลน์ของตลาดซื้อขายเต็มทีการคว้านักเตะที่เข้าขารู้ใจบวกกับเคยทำงานกับ เทน ฮาก และมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอาจจะเป็นดีลที่ตอบโจทย์สำหรับแมนยูเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้

🔶15 วินาทีทายผลเกมลุ้นรับรางวัล 👉 https://sytgn.com/premier-league2023

🔶ติดตาม SYT LINE ไม่พลาดข่าวการแข่งขันกีฬา 👉 https://sytgn.com/SYTlinefriends