Photo via Youtube

      เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาเชลซีประกาศคว้าตัว นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าวัย 22 ปีมาจากบียาร์เรอัลด้วยค่าตัวราว 32 ล้านปอนด์ โดยดาวเตะทีมชาติเซเนกัลจะเซ็นสัญญาค้าแข้งในสแตมฟอร์ดบริดจ์ยาว 8 ปี หลังจากแจ้งเกิดในฤดูกาล 2022/23 ที่ลาลีกาโดยยิงไป 12 ประตูในเกมลีก โดย ลอเรนซ์ สจวร์ต และ พอล วินสแตนลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาร่วมของเชลซีกล่าวว่า “พวกเราตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับแจ็คสันสู่เชลซี เขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพอย่างที่เขาแสดงให้เห็นกับบียาร์เรอัลเมื่อซีซันที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่าเขาพร้อมสำหรับก้าวถัดไปในอาชีพการค้าแข้ง และเฝ้ารอการได้ทำงานร่วมกับเขาพร้อมกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีมคนใหม่ และทั้งเพื่อนร่วมทีมเชลซี”

ประวัติส่วนตัว

ชื่อเต็ม : นิโคลัส แจ็คสัน

วันเกิด : 19 มิถุนายน 2001

อายุ : 22 ปี

สัญชาติ : เซเนกัล

ส่วนสูง : 188 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : หน้าเป้า

เส้นทางลูกหนังของ นิโคลัส แจ็คสัน

      นิโคลัส แจ็คสัน เกิดที่ประเทศแกมเบีย ทว่าเขาเลือกมาเติบโตที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเซเนกัลตอนอายุ 16 ปี โดยมีพื้นเพเป็นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ที่มีความคลั่งไคล้ฟุตบอล และมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเยาว์ไปกับการเล่นฟุตบอล จุดเปลี่ยนในชีวิตของเด็กหนุ่มรายนี้คือการตัดสินใจหันหลังให้ระบบการศึกษาในโรงเรียน และเลือกเส้นทางโรงเรียนชีวิตใหม่ของตัวเองด้วยการเอาจริงเอาจังกับฟุตบอลเพื่อต่อยอดสู่อาชีพที่ใฝ่ฝัน ซึ่งสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดในเวลานั้นก็คือการเล่นฟุตบอลจากข้างถนน โดยที่เซเนกัลนี้เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องการแข่งขันฟุตบอลข้างถนนไม่แพ้ชาติใด นอกเหนือจากความนิยมของเด็ก ๆ กับการแบ่งทีมแข่งกันเองตามสถานที่ที่มีพื้นที่พอให้เล่นได้แล้ว ที่เซเนกัลยังมีการแข่งขันที่ชื่อ Navétanes ที่ว่ากันว่าเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ระดับท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมของเหล่าดาวรุ่งที่มีฝันด้านฟุตบอล ซึ่งแน่นอนว่านิโคลัสก็มีส่วนร่วมในรายการแข่งขันนี้ โดยเริ่มจากการเป็นสมาชิกของทีมฟุตบอลท้องถิ่นอย่างไทลีน (Tilene)

      นิโคลัส แจ็คสัน หรือ “เนย์มาร์” ซึ่งเป็นฉายาที่เขาได้รับจากแฟนบอลท้องถิ่น ใช้โรงเรียนชีวิตอย่างการเล่นฟุตบอลที่เริ่มจากข้างถนนสู่การแข่งขันชื่อดังของประเทศโดยไม่เคยผ่านระบบอคาเดมี่ฟุตบอลใดมาก่อน และเป็นเช่นนี้อยู่พักใหญ่ อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เพราะ Navétanes เสมือนเป็นเวทีเฟ้นหานักเตะเพชรเม็ดงามก่อนเจียระไนสำหรับสโมสรอาชีพโดยที่ไม่ต้องลงแรงมาก กอปรกับการที่เขาอยู่กวาดความสำเร็จในรูปแบบของแชมป์ร่วมกับทีมเล็ก ๆ ในท้องถิ่นอยู่บ่อย ๆ ในที่สุดแล้วโอกาสพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็เป็นจริง เมื่อ คาซ่า สปอร์ต (Casa Sports) ทีมระดับเซเนกัล พรีเมียร์ลีกได้ ตัดสินใจดึงตัวเด็กหนุ่มรายนี้เข้ามาสู่ทีมซึ่งเขาก็พิสูจน์ได้ว่าฉายา “เนย์มาร์” ไม่ได้มาเล่นๆ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ฝึกฝนศาสตร์ลูกหนังในระดับอคาเดมี่มาก่อนแต่ด้วยพรสวรรค์ที่มีในตัวและจุดเด่นเรื่องความเร็ว นานวันเข้าทักษะอื่น ๆ ก็เริ่มได้การบ่มเพาะเข้าไปอีก เช่น การจบสกอร์ การเล่นฟุตบอลได้ทั้งสองเท้า ไปจนถึงการลงเล่นได้สารพัดตำแหน่ง และยังไม่นับเรื่องหัวจิตหัวใจที่พร้อมก้าวกระโดดอยู่เสมอเมื่อโอกาสมาถึง จากนั้นเวทีที่ใหญ่กว่าลีกอาชีพเซเนกัลก็มาถึง เมื่อบียาร์เรอัลมาเห็นฟอร์มที่เหลือร้ายของดาวโรจน์ผู้ที่ไม่เคยผ่านระบบอคาเดมีฟุตบอลใด ๆ ก่อนสู่ขอเขาให้มาเล่นที่ประเทศสเปน กระทั่งดีลนี้มาเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2019

ย้ายมาเล่นในยุโรป

      ในระหว่างบ่มเพราะฟุตบอลร่วมกับ คาซ่า สปอร์ต กับช่วงเวลาหนึ่งฤดูกาลเท่านั้นแจ็คสันก็ถูกทีมในยุโรปจับตามองและมีโอกาสได้ร่วมทดสอบฝีเท้าโดยทีมที่เพ่งเล็งมากเป็นพิเศษคือ เบนฟิก้า และ บียาร์เรอัล แต่ความจริงจังของทีม “เรือดำน้ำสีเหลือง” มีมากกว่า เขาจึงได้รับเชิญให้ไปฝึกฟุตบอลกับทีมในช่วงซัมเมอร์ 2019 และอยู่ในสายตาของ เฟร์นานโด โรอิก (Fernando Roig) ประธานสโมสรมาโดยตลอด ก่อนจะมีคำสั่งจากประธานโรอิกให้คว้ายังบลัดผู้นี้มาให้ได้ในรูปแบบสัญญาถาวร อย่างไรก็ตาม การที่คนคนหนึ่งจะย้ายประเทศมาอยู่กับชีวิตต่างที่ต่างถิ่นและต้องเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน เช่นเดียวกับเจ้าหนู นิโคลัส แจ็คสัน ซึ่งเผชิญปัญหาเรื่องการปรับตัวอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ดาวเตะฉายา “เนย์มาร์แห่งเซเนกัล” เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาโดนโค้ชบียาร์เรอัล ชุดเบ “โกรธ” สุด ๆ เหตุเพราะปัญหาเรื่องการปรับตัวเรื่องอาหารการกิน แต่กระนั้นทุกสิ่งอย่างก็ค่อย ๆ ปรับเข้าหากันได้ แจ็คสันรู้ดีเรื่องการย้ายมาสัมผัสชีวิตใหม่ ๆ ที่ไม่ได้ราบรื่นไปตลอดทาง เริ่มจากการตอบรับการย้ายทีมแบบยืมตัวไปที่ มิรานเดส (Mirandés) ในระดับดิวิชั่นสองของแดนกระทิงเพื่อฟูมฟักประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพแบบค่อยเป็นค่อยไป ก่อนที่ขวบปีต่อมาเขาจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมสำรองของบียาร์เรอัลอีกครั้ง จากนั้นชีวิตของเขาก็มาพลิกผันขึ้นไปอีกและเป็นอีกครั้งที่เขาใช้พรสวรรค์ของตัวเองบวกกับจิตใจที่แข็งแกร่งพาตัวเองขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบียาร์เรอัลได้สำเร็จ

ระเบิดฟอร์มกับบียาร์เรอัล

      หลังกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของบียาร์เรอัลชุดสำรอง ในเวลานั้น นิโคลัส แจ็คสัน มีประสบการณ์กับการค้าแข้งในลีกรองมาแล้วหนึ่งปีเศษ เป็นเหตุให้การลงเล่นให้ทีมสำรองของสโมสรที่โลดแล่นอยู่ในระดับดิวิชั่นสามไม่ได้หนักหน่วงเท่าไรและโอกาสในลาลีกาก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นานเมื่อผลงาน 7 ประตูจากแนวรุกที่เล่นได้ทั้งริมเส้นและหน้าเป้าตัวกลาง มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ทีมสำรองของสโมสรเลื่อนชั้นสู่ลีกรองของประเทศจนได้ จากนั้นเขาก็เริ่มได้โอกาสลงเล่นให้บียาร์เรอัลชุดใหญ่ตามจังหวะและโอกาสจาก อูไน เอเมรี่ กุนซือในเวลานั้นซึ่งจุดพลิกผันในเส้นทางอาชีพของเด็กหนุ่มจากเซเนกัลผู้นี้ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2022/23 เขากลายเป็นนักเตะชุดใหญ่ของบียาร์เรอัล และได้รับเสื้อแข่งหมายเลข 15 และคนที่ให้โอกาสเขาคือ เอเมรี่ แต่อย่างไรก็ตามชีวิตของนิโคลัสต้องมาพลิกผันอีกครั้งเมื่อสโมสรเกิดการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้กุนซือ การอำลาทีมของคนที่ให้โอกาสอย่างเอเมรี่มาสู่ กีเก้ เซเตียน ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับเฮดโค้ชคนใหม่ และการมาของเซเตียนในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2022 ส่งผลให้แจ็คสันเริ่มได้โอกาสลงเล่นน้อยลง ซึ่งเดือนมกราคมถึงราว ๆ ต้นเดือนเมษายน 2023 เป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีของเขาเพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟื้นฟูสภาพร่างกาย และเมื่อหายดีก็ต้องมานั่งเป็นตัวสำรอง แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บของกองหน้าตัวหลักอย่าง เคราร์ด โมเรโน่ และ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส กลายเป็นว่ากองหน้าตัวเลือกสุดท้ายแบบเขาคือคนที่ทีมหวังพึ่งเนื่องจากเกมลีกยังเหลืออีก 8 นัด ซึ่งเขาดูจะไม่ทำให้ใครผิดหวังเพราะนับแต่แมตช์เดย์ที่ 31 ถึง 38 กองหน้าเจ้าของส่วนสูง 188 เซนติเมตรผู้นี้มีส่วนกับประตูที่ทีมได้ทุกนัด แบ่งเป็นผลงาน 9 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ พาทีมจบด้วยอันดับ 5 ทั้งยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤษภาคมของลีกสูงสุดสเปนได้ด้วย และเมื่อมาดูสถิติในทีมชุดใหญ่เต็มตัวในปีแรกของเขา ซึ่งลงเล่นในลีกไป 26 นัด ทำประตูรวม 12 ลูก กับอีก 4 แอสซิสต์ จนกลายเป็นที่สนใจของคอลูกหนังทั่วสารทิศ ถึงขั้นมีข่าวว่าอาจจะถึงเวลาอีกครั้งที่แจ็คสันจะเป็นชื่อที่ทีมในพรีเมียร์ลีกอยากล่าตัวไปร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายกำลังจะเปิด

ย้ายมาเชลซี

      จากผลงานที่ทำให้เห็นกับบียาร์เรอัลทำให้เขามีโอกาสร่วมงานและฝึกปรือกับกุนซือมากประสบการณ์อย่างโปเช็ตติโน่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลอเรนซ์ สจ๊วร์ต และ พอล วินสแตนลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาร่วมเชลซี ยืนยันถึงความตั้งใจที่สโมสรเลือกดึงดาวเตะอายุ 22 ปีมาร่วมทีม ซึ่งว่ากันว่ามีค่าตัว 34 ล้านปอนด์ และเซ็นสัญญายาว 8 ปี ในวันที่ทีมสิงห์บลูส์มีความตั้งใจจะรื้อเครื่องใหม่หลังขวบปีที่ล้มเหลวจากการจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยอันดับที่ 12 ทั้งยังชวดทุกโควตาไปฟุตบอลยุโรป แถมยังมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ที่คาราคาซังมาตลอด นิโคลัส แจ็คสัน คือดีลแรก ๆ ของสโมสรในซัมเมอร์ 2023 นี้ และกลายเป็นตัวรุกความหวังใหม่ในทันที นี่ถือเป็นงานใหญ่ที่ศูนย์หน้าทีมชาติเซเนกัลผู้นี้จะต้องเผชิญอย่างยากจะปฏิเสธ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่สตาร์วัย 20 ต้น ๆ ผู้นี้จะเกรงกลัวเพราะเรื่องราวที่สอดรับกันอย่างลงตัวระหว่างเชลซีและแจ็คสันคือความท้าทายที่เขาพร้อมรับมือ ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องนำเอาพรสวรรค์และจุดเด่นของตัวเองทั้งเรื่องการจบสกอร์ในระยะหวังผล เรื่องความเร็ว และการเปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก ที่เขาทำได้ดีมาตลอด มาช่วยเชลซีให้สามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

ทีมที่เคยลงเล่น

บียาร์เรอัล บี

  • ลงเล่น 25 นัด ยิง 5 ประตู

มิรานเดส

  • ลงเล่น 16 นัด ยิง 1 ประตู

บียาร์เรอัล

  • ลงเล่น 35 นัด ยิง 12 ประตู

ทีมชาติเซเนกัล

  • ลงเล่น 3 นัด

เกียรติประวัติ

รางวัลส่วนตัว

  • นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของลาลีกา : พฤษภาคม 2023

🔶15 วินาทีทายผลเกมลุ้นรับรางวัล 👉 https://sytgn.com/premier-league2023

🔶ติดตาม SYT LINE ไม่พลาดข่าวการแข่งขันกีฬา 👉 https://sytgn.com/SYTlinefriends