Photo via Bayer Leverkusen

กรานิต ชาก้า หวนกลับมาเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน อีกครั้งกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น หลังจากเจ็ดปีในพรีเมียร์ลีก อังกฤษกับ อาร์เซนอล 

เราจะมาย้อนทำความรู้จักกับมิดฟิลด์สายบู๊ กัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ด้วย 5 แง่มุนน่าสนใจที่ช่วยบ่งบอกตัวตนของ กรานิต ชาก้า

Photo via FIFA Twitter

คว้าแชมป์ตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง

วัยเด็กของ ชาก้า เริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลแบบจริงจังกับ Concordia Basel สโมสรในท้องถิ่น จนเมื่อตอนที่เขาอายุ 11 ปี ก็ได้เข้าร่วมอะคาเดมี่ของ เอฟซี บาเซิล สโมสรยักษ์ใหญ่ของเมืองบาเซิลและประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก่อนที่เขาจะได้เปิดตัวในชุดใหญ่ของบาเซิล ชาก้า คว้าถ้วยรางวัลแรกในอาชีพนักเตะด้วยการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2009

ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เอาชนะทีมเต็งทั้ง บราซิล และ เยอรมัน รวมทั้งชนะเจ้าภาพอย่างไนจีเรียในนัดชิงชนะเลิศ

นอกจากนี้ ชาก้า ยังเกือบได้อีกหนึ่งแชมป์กับทีมระดับเยาวชนของสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากได้เข้าชิงฟุตบอลยูโร U21 ในปี 2011 แต่ไปแพ้ให้กับทีมชาติสเปน

Photo via Kicker

Young Schweinsteiger

ก้าวจากระดับ U17 สู่ทีมชาติชุดใหญ่ภายในเวลา 3 ปี คว้าแชมป์ในนามทีมชาติครั้งแรกเมื่ออายุ 18 ปี 8 เดือน บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ชาก้า เป็นหนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่ดีที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์

ในช่วงเวลานั้นที่บาเซิล นอกจาก ชาก้า ที่ถูกยกให้เป็นแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองของสวิตเซอร์แลนด์ อีกคนที่สร้างชื่อในเวลาไล่เลี่ยกันคือ แชร์ดาน ชากิรี่ พวกเขาทั้งคู่ออกจากสโมสรเพื่อไปเล่นบุนเดสลีกา เยอรมัน ในปี 2012 โดย ชากิรี่ มุ่งหน้าไปยังบาเยิร์น มิวนิค และ ชาก้า ไปยัง มันเช่นกลัดบัค 

อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ อดีตโค้ชทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 7 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 สมัยร่วมกับ บาเยิร์น และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เคยเปรียบ ชาก้า ว่าเป็น “ชไวน์สไตเกอร์ รุ่นเยาว์” (young Schweinsteiger) ซึ่งหมายถึง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันและ บาเยิร์น มิวนิค   จากความสามารถในการผ่านบอลของเขาในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งรวมถึงความยอดเยี่ยมในการทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษ ยืนยันได้จากอัตราการจบสกอร์ 85 เปอร์เซ็นต์ในปี 2015-16 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ ชาก้า กับกลัดบัค

Photo via Colgados por el Futbol

แข่งขันกับพี่ชายในระดับทีมชาติ

เรื่องราวของครอบครัว ชาก้า นั้นทั้งซับซ้อนและน่าหลงใหล ชาก้า เกิดจากพ่อ-แม่ที่เป็นชาวแอลเบเนียที่อาศัยอยู่ในเซอร์เบีย ที่ต่อมาพื้นบริเวณนั้นกลายมาเป็นโคโซโวในปัจจุบัน แต่ตัวเขาเกิดในบาเซิลหลังจากที่พ่อ-แม่ย้ายไปสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1990 เพียงเดือนเดียวหลังจากที่พ่อของเขาได้รับการปล่อยตัวจากคุกหลังจากการประท้วงของนักเรียนที่ต่อต้านรัฐบาลยูโกสลาเวีย กรานิต ชาก้า และพี่ชาย ตูลองต์ ชาก้า สามารถเลือกเล่นให้กับหลายชาติในฐานะนักฟุตบอล ซึ่งพี่ชายของเขาเลือกเล่นให้กับแอลเบเนีย

ซึ่งครั้งหนึ่งในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส  กรานิต ชาก้า สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเผชิญหน้ากับพี่ชายของเขาที่เลือกเป็นตัวแทนของทีมชาติแอลเบเนีย และนี่เป็นครั้งแรกที่พี่น้องสองคนเผชิญหน้ากันในการแข่งขัน โดยแม่ของพวกเขา เอลี เชียร์ทั้งคู่จากอัฒจันทร์ในเกมดังกล่าว โดยสวมเสื้อยืดที่ผสมธงชาติสวิสและแอลเบเนียอย่างละครึ่ง โดยเกมดังกล่าวเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของ กรานิต ที่คว้าชัยชนะมาได้ 1-0

Photo via Mesazhi.com

Xhaka Boom

ในฐานะมิดฟิลด์ที่เล่นเกมรับซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนของบอลให้กับทั้งทีม เรื่องการทำประตูจึงอาจไม่ใช่จุดเด่นของ ชาก้า แต่เมื่อเขาตัดสินใจจะยิงประตูด้วยเท้าซ้ายของเขา ผลลัพธ์ที่ได้มักน่าตื่นตาตื่นใจเสมอ

ตลอดการเล่นระดับสโมสรกว่า 500 เกม เขาทำได้ 34 ประตู แน่นอนว่าส่วนใหญ่มาจากลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ในสนามเกือบทุกครั้งที่ ชาก้า ได้โอกาสเลี้ยงครองบอลหน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่ง แฟนบอลก็พร้อมใจกันส่งเสียงเชียร์ว่า “xhaka boom” เพื่อให้ ชาก้า ลองส่องไกลลุ้นทำประตู เพราะแฟนบอลต่างรู้ดีว่าจังหวะยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษของ ชาก้า มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน?

Photo via Bayer Leverkusen

เสื้อหมายเลข 34

เหตุผลที่ ชาก้า เลือกใส่เสื้อหมายเลข 34 มาจากเหตุผลง่ายๆ ที่ว่ามันเป็นหมายเลขที่เข้าใช้มาตั้งแต่เป็นผู้เล่นดาวรุ่ง ตอนที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของบาเซิล พอย้ายมาเล่นให้กับมึนเช่นกลัดบัค ชาก้า ก็ยังเลือกใส่หมายเลข 34

แม้ว่าตอนที่ย้ายมาที่อาร์เซนอล ช่วง 2 ปีแรกเขาต้องเปลี่ยนไปใส่หมายเลข 29 เพราะตอนนั้นในถิ่นเอมิเรสต์ หมายเลข 34 มีเจ้าของอยู่แล้วคือ ฟรานซิส โกเกอแลง ซึ่งก็เป็นผู้เล่นที่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของปืนใหญ่ ทำให้ต้องสวมเสื้อที่เป็นหมายเลขลำดับสูงๆ แบบเดียวกับที่ ชาก้า เคยต้องสวมหมายเลขนี้ช่วงที่ก้าวจากทีมเยาวชนมาสู่ทีมชุดใหญ่ของบาเซิล แต่พอ โกเกอแลง ย้ายออกจากอาร์เซนอลในอีก 2 ปีต่อมา ชาก้า ก็จัดการเปลี่ยนไปใส่เสื้อหมายเลข 34 ทันที

ซึ่งกับ เลเวอร์คูเซ่น ต้นสังกัดใหม่ สำหรับฤดูกาล 2023/24 ชาก้า ก็จะยังได้สวมเสื้อหมายเลข 34 เหมือนเดิม

🔶15 วินาทีทายผลเกมลุ้นรับรางวัล 👉 https://sytgn.com/premier-league2023

🔶ติดตาม SYT LINE ไม่พลาดข่าวการแข่งขันกีฬา 👉 https://sytgn.com/SYTlinefriends